หน้าอก
ศัลยกรรมหน้าอก แทงเกิ้ล
ศัลยกรรมหน้าอก โมติว่า
ศัลยกรรมหน้าอก BellaJel Micro
ศัลยกรรมหน้าอก INSPIRA
ศัลยกรรมหน้าอก MAMA
ศัลยกรรมหัวนม
โครงหน้า
ศัลยกรรมตัดกราม UV
ศัลยกรรมกระดูกปลายคาง
ลดขนาดโหนกแก้มแบบ SLIM
ปรับโครงหน้าแบบ QUICK
ตา
NANA EYE
ศัลยกรรมตาสองชั้น
มัดกล้ามเนื้อตา
เปิดหัว-เปิดหางตา
ใต้ตาหมองคล้ำ
ศัลยกรรมตาสำหรับผู้ใหญ่
ศัลยกรรมแก้ไขตา
จมูก
ศัลยกรรมจมูก EDGE
ศัลยกรรมจมูกนิ่ม
ปลูกถ่ายเนื้อเยื่อจมูก
ศัลยกรรมปลายจมูก
ศัลยกรรมจมูกยอดนิยม
ตัดปีกจมูก
ศัลยกรรมแก้ไขจมูก
ร่างกาย
ดูดไขมันแบบ MAXIMUM
ดูดไขมันไซด์ 44
ศัลยกรรมหน้าท้อง MAMA
ชะลอวัย
ปลูกถ่ายไขมัน NANA PRP
ปลูกถ่ายไขมัน cell by cell
ยกกระชับ
ยกกระชับแบบไม่กรีด
ยกกระชับแบบกรีด
ผู้ชาย
ศัลยกรรมตาสองชั้น (ไม่มีชั้นตา)
ศัลยกรรมจมูก EDGE Line
ศัลยกรรมโครงหน้าแบบไอดอล
เต้านมโตในผู้ชาย
แผนกผิวหนัง
ฟิลเลอร์
โบท็อก
สกัลป์ทรา
Hydro injection
Contouring injection
Shurink lifting
Whitening program
Pore & Acne Scar Program
ปิดเมนูทั้งหมด

menu

QUICK
온라인상담 ปรึกษาออนไลน์
페이스북 FACEBOOK
인스타그램 INSTAGRAM
라인상담 LINE
구글블럭 BLOG
유튜브 YouTube
오시는길 วิธีการเดินทาง
  • โทรปรึกษา

    +82-70-5202-8826

  • เวลาให้บริการ

    10:00~19:00

OPEN: QUICK MENU CLOSE: QUICK MENU

แนะนำโรงพยาบาล

NANA PLASTIC SURGERY

มีเดีย&ข่าวสาร

ข่าวสารจากโรงพยาบาลนานะ

게시글 검색
(รีวิวศัลยกรรม) งานแก้ไขหน้าอก และดูดไขมัน S-curve รูปร่างใหม่ในฝัน ฝีมือคุณหมอฮวังดงยอน
나나성형외과
2020-06-24 11:07:18
สวัสดีค่ะ
 นานะมาแล้วค่ะ 
 
เรื่องรูปร่างเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้หน้าตาของสาวๆเลยนะคะ
การมีหน้าอกที่สวยงาม แต่มีเอวที่คอดและบอบบาง คือสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน แต่ในผู้หญิงที่อายุมากขึ้นหรือผ่านการมีบุตรมา ปัญหาใหญ่คือการหย่อนคล้อยของหน้าอก และไขมันที่สะสมรอบลำตัวจนทำให้สัดส่วนดูไม่สวยงามและไม่มั่นใจ

 
 
เคสของคนไข้ท่านนี้ เคยทำศัลยกรรมหน้าอกจากที่อื่นมาแล้ว แต่กลับทำให้หน้าอกดูใหญ่แบบหย่อนยาน รูปทรงไม่สวย ทำให้ใส่เสื้อผ้าลำบาก และขาดความมั่นใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีไขมันบริเวณรอบลำตัวที่หนาทำให้สัดส่วนไม่สวยงาม

 

ปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขแบ่งเป็น 2 ส่วน

 
1. ศัลยกรรมหน้าอก - ปัญหาหน้าอกที่หย่อนคล้อย และไม่ได้รูปทรงจากการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอกที่เคยผ่านมา ซึ่งปัญหาคือ คนไข้ได้รับการใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่เกินไป ไม่ถูกตำแหน่ง และไม่มีการกระชับหน้าอกก่อนจะทำการเสริม จึงทำให้ดูใหญ่และหย่อนยานทั้งๆที่เคยผ่านศัลยกรรมหน้าอกมาแล้ว
 
2. ดูดไขมัน - ปัญหาไขมันรอบลำตัว มีปริมาณไขมัน หน้าท้องบน หน้าท้องล่าง เอวด้านข้าง และเอวด้านหลังจำนวนมาก และเป็นไขมันใต้ผิวหนังที่สามารถดูดไขมันออกได้ ไขมันส่วนเกินนี้ทำให้สัดส่วนของคนไข้ไม่สวยงาม คุณหมอได้ทำการตรวจเช็คปริมาณไขมันด้วยการใช้เครื่องวัดปริมาณไขมัน ทำให้ทราบว่าไขมันส่วนเกินในแต่ละส่วนของคนไข้มีปริมาณเท่าใด

เอวผอมบางจับแล้วไร้ไขมัน มีทรวดทรงที่สวยงามเว้าเร้าใจ คือสิ่งที่สาวๆอยากได้กันเสมอ การดูดไขมัน (Liposuction) คืออะไร? การดูดไขมัน (Liposuction) เป็นศัลยกรรมการตกแต่งรูปร่างให้ได้สัดส่วนที่ต้องการ และกำจัดไขมันส่วนเกินออก ซึ่งไขมันในร่างกายหลายส่วนที่สะสมมานานเป็นไขมันที่กำจัดออกได้ยาก ดังนั้นการดูดไขมันคือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการกำจัดไขมันส่วนเกินในร่างกายเพื่อให้ได้สัดส่วนที่สวยงามค่ะ การดูดไขมันเป็นการปรับสัดส่วนและทรวงทรงให้ได้ตามที่คนไข้ต้องการ และเป้าหมายไม่ใช่การลดน้ำหนักนะคะ แต่การดูดไขมันจะทำให้ได้สัดส่วนในฝันค่ะ และควบคุมได้ตามต้องการ ยกตัวอย่างเช่นการลดน้ำหนักคนไข้จะไม่สามารถควบคุมได้ว่าอยากให้สัดส่วนช่วงไหนลงบ้าง แต่การดูดไขมันจะเป็นการศัลยกรรมที่ทำให้คนไข้ได้รูปร่างตามต้องการมากที่สุดค่ะ เช่น ผู้ชายต้องการลดไขมันหน้าท้องเพื่อให้เห็น sixpack หรือผู้หญิงที่ต้องการให้ขาเล็กเรียว แขนเรียวสวย ช่วงตัวเป็นทรงนาฬิกาทรายและไม่มีไขมันส่วนเกิน ในเรื่องของรูปร่างการดูดไขมันคือคำตอบที่ดีสำหรับคนไข้ค่ะ

 
ก่อนผ่าตัดแก้ไข
 
 
ปัญหาของรอบเอว และ วิธีการดูดไขมัน S - curve เราสามารถแบ่งไขมันในร่างกายเราออกเป็น 2 ส่วนดังนี้ 1. Visceral fat (ไขมันช่องท้อง) เป็นไขมันที่แทรกอยุ่ตามอวัยวะและปกคลุมอวัยวะภายใน เป็นพื้นที่ส่วนแรกที่ไขมันจะมาสะสม แต่เวลาเผาผลาญออกจะถูกใช้เป็นส่วนสุดท้าย ไขมันในส่วนนี้มีผลโดยตรงกับสุขภาพและอันตรายเป็นอย่างมาก เพราะทำให้เกิดโรคต่างๆหลายโรค เพราะเป็นไขมันที่แทรกซึมเข้าสู่อวัยวะหลายส่วน เช่น ตับ และหลอดเลือด เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ รวมถึงภาวะภูมิแพ้ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ทำให้ไม่แข็งแรง และร่างกายเสื่อมสภาพเร็วกว่าอายุจริง การลดไขมันส่วนนี้จะต้องออกกำลังกายและควบคุมอาหารเท่านั้นค่ะ 2. Subcutaneous fat (ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง) ไขมันที่เห็นตาม ท้อง เอว สะโพก และ ต้นขาส่วนบน คือไขมันส่วนนี้ค่ะ เป็นส่วนที่ไขมันจะมาสะสมเป็นลำดับที่สองถัดจากไขมันช่องท้อง ซึ่งไขมันในส่วนนี้ คือส่วนที่คุณหมอสามารถทำการดูดไขมันออกได้ค่ะ หลักการของการดูดไขมันของศัลยแพทย์ฮวังดงยอน 100% handmade ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ช่วยหลากหลายชนิดมากเพียงใด " การดูดไขมัน ที่ได้ผลที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับฝีมือ และหยาดเหงื่อของศัลยแพทย์เจ้าของไข้ " ด้วยประสบการณ์ใน การดูดไขมัน ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของศัลยแพทย์ที่ นานะ เราสัญญาว่าจะ ดูดไขมัน เพื่อสร้างรูปทรวดทรงที่สวยงาม และยังสร้างความพึงพอใจอันสูงสุดจากการ ดูดไขมันร่างกาย ที่ นานะ ค่ะ " ดูดมากที่สุด เหลือน้อยที่สุด " เหลือปริมาณไขมันที่จำเป็น ในบริเวณชั้นใต้ผิวหนังไว้ และกำจัดไขมันส่วนเกินออกให้มากที่สุด เป็นเทคนิคเฉพาะสำหรับการปรับสรีสระร่างกายในบางส่วนนะคะ " ดูแลตั้งแต่ก่อนผ่าตัดไปจนถึงการควบคุมอาหาร " หลังจากเสร็จสิ้นการผ่าตัดก็เริ่มโปรแกรม ควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด มีที่ปรึกษาส่วนตัวที่จะช่วยดูแลเรื่อง การควบคุมน้ำหนัก และทางศัลยแพทย์จะสั่งยาช่วยเพื่อก่อให้เกิดประสิทธิผลที่ดีที่สุด ในคนไข้เคสนี้ คุณหมอจะใช้หลักการ "Water Jet"
ในการดูดไขมันหน้าท้อง เอวข้าง และ เอวหลังค่ะ วิธีนี้คือการใช้พลังงานน้ำในการแยก fat cell ออกจากผิวหนัง เป็นวิธีที่คนไข้จะเจ็บน้อยที่สุด และไขมันที่ดูดออกมาเป็นไขมันที่สภาพสมบูรณ์ ยังมีชีวิต และระบบนี้ปลอดเชื้อเป็นระบบปิดสามารถเอาไขมันไปฉีดในส่วนอื่นๆของร่างกายได้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการนำไขมันไปเติมเต็มส่วนอื่นๆ ดังนั้นวิธีนี้ คนไขัจะเจ็บน้อย นำไขมันไปเติมส่วนอื่นได้ ผิวไม่เป็นคลื่นหลังจากการดูดไขมัน และสามารถดูดไขมันอย่างซอกซอนไปในจุดที่ดูดยากได้ ⇛ เหตุผลที่คุณหมอเลือกใช้การดูดไขมันแบบ Water Jet ⇚ อันดับแรกเพราะสาวๆนิยมนำไขมันที่ดูดออกมาไปเติมเต็มส่วนต่างๆ เช่นใบหน้า หน้าอก เพราะได้เซลล์ไขมันที่มีชีวิตและสมบูรณ์แบบทีสุด และทำให้ลูกค้าเจ็บน้อยหรือไม่เจ็บเลย ไม่ต้องพักฟื้นนานเหมือนวิธีอื่นๆด้วยค่ะ หลังจากดูดคนไข้สามารถกลับที่พักได้เลย และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปรกติค่ะ แต่คุณหมอฮวังดงยอน ผู้อำนวยการ รพ.นานะ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมันและหน้าอก คุณหมอจะใช้วิธีการดูดไขมันหลายวิธีรวมกันขึ้นกับรูปร่าง ปริมาณไขมัน และตำแหน่งไขมันของคนไข้ เพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่ดีที่สุด และคนไข้ต่างพึงพอใจผลลัพท์จากการดูดไขมันของคุณหมอเป็นอย่างยิ่งค่ะ ส่วนข้อเสียของการดูดไขมันแบบ Water Jet คือ อาจมีน้ำหรือไขมันตกค้างได้ แต่ไม่น่าเป็นกังวลค่ะ เพราะด้วยฝีมือของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรานั้น คุณหมอสามารถระบายน้ำเกลือออกมากได้เกือบหมดทำให้ไม่ตกค้างในร่างกาย และเย็บปิดแผลเรียบร้อยหลังผ่าตัด และเราจะใส่ชุดรัดให้ลูกค้าตั้งแต่ในห้องผ่าตัดเลยนะคะ ลูกค้าจะตื่นมาพร้อมกับใส่ชุดกระชับเรียบร้อย ดังนั้นลูกค้าจะไม่ต้องทนเจ็บจากการดึงชุดกระชับเวลาสวมใส่ค่ะหลังดูดไขมัน 3 วัน แผลจากการดูดไขมันแบบ Water Jet การดูดไขมันด้วยวิธีนี้แทบจะไม่เป็นแผลเป็นเลยนะคะ แผลที่เจาะเป็นจุดเล็กแค่ 2-3 mm เท่านั้นค่ะเพราะว่าเป็นวิธีที่นุ่มนวลอ่อนโยนมากที่สุดทำให้ไม่เกิดพังผืดและการอักเสบด้วยค่ะ แถมยังเจ็บน้อยและฟื้นตัวได้ไว แต่อย่างไรก็ตามคนไข้จะต้องปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วยนะคะ อย่างไรก็ตาม การดูดไขมันเป็นศัลยกรรมที่ค่อนข้างมีความเสี่ยงค่ะ การเลือกคลินิกหรือสถานพยาบาลจึงสำคัญเป็นอย่างมาก สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูดไขมัน ดังนั้น อันดับแรกที่ต้องตัดสินใจคือ แพทย์ที่จะทำการผ่าตัดดูดไขมันให้กับเราค่ะ ตรวจสอบว่าแพทย์ท่านนั้นๆเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์จริงหรือไม่ และเป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาตเปิดสถานพยาบาลที่ถูกต้อง เพราะถ้าหากทำกับแพทย์และคลินิกที่ไม่น่าเชื่อถือก็อาจเกิดความเสี่ยงและผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ การดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน หลังจากดูดไขมันแล้ว อย่าลืมว่าเราต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกายนะคะ การใส่ชุดกระชับสัดส่วนสำคัญอย่างมากเลยค่ะ ควรใส่ 1-6 เดือน เพื่อให้ผิวหนังบริเวณที่ดูดไขมันนั้นกระชับมากยิ่งขึ้นนะคะ
 
ปัญหาของหน้าอก และ วิธีการผ่าตัดแก้ไข ก่อนอื่น เรามาดูกันก่อนว่า เหตุผลใดบ้างที่ทำให้คนไข้ส่วนใหญ่ต้องการผ่าตัดแก้ไขหน้าอกที่เคยทำศัลยกรรมไปแล้ว หลักๆจะเกิดจาก 5 ปัญหาดังนี้ค่ะ 1. การเกิดพังผืดแข็ง หดรัดรอบซิลิโคนหน้าอก เรียกว่าแคปซูล (Capsular) ซึ่งหากมีพังผืดหนามากจะทำให้รูปทรงหน้าอกเปลี่ยนไปไม่สวยงาม และจะรู้สึกได้ว่าหน้าอกแข็งขึ้นเวลาสัมผัส ซึ่งอาจจะมีอาการเจ็บปวดร่วมด้วย 2. หน้าอกมีขนาดไม่เท่ากัน โดยปกติแล้วหน้าอกทั้งสองข้างจะมีลักษณะไม่เท่ากันอยู่แล้วตามธรรมชาติ เมื่อมีการเสริมหน้าอกไปแล้ว อาจทำให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้นทั้งนี้อาจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมด้วย เช่น พื้นที่รอบ ๆ ของตัวซิลิโคนไม่พอดีหรือเกิดการเคลื่อนที่ของตัวซิลิโคนร่วมด้วย 3. การเกิดเต้านมสองลอน มักเกิดในกรณีที่มีการผ่าตัดเสริมหน้าอก โดยใช้ซิลิโคนขนาดใหญ่มากกว่าขนาดตัว ทำให้เต้านมขนาดเกินขอบด้านล่าง และเกิดรอยพับของเต้านมใหม่ต่ำกว่ารอยพับธรรมชาติเดิม จึงทำให้หน้าอกดูเป็นลอนเป็นสองชั้น 4. หน้าอกมีขนาดไม่เท่ากัน ขนาดไม่เหมาะสม 5. หน้าอกหย่อนคล้อย ทำให้รูปทรงหน้าอกเปลี่ยนไปจากเดิม จึงต้องการผ่าตัดแก้ไขให้สวยงาม ต้องการเปลี่ยนรูปทรงหรือขนาดของหน้าอก ที่เคยเสริมอยู่ในปัจจุบัน จึงต้องการผ่าตัดแก้ไขหน้าอกเพื่อเพิ่มขนาด/ลดขนาดซิลิโคน หรือเปลี่ยนรูปทรงของซิลิโคนใหม่
ปัญหาในเคสคนไข้ท่านนี้ หน้าอกขนาดไม่พอดี ทรงไม่สวย และหน้าอกหย่อนคล้อย
 
การเสริมหน้าอกชนิดนี้เป็นการนำเอาเทคนิคส่องกล้องโดยใช้อุปกรณ์พิเศษที่เรียกว่า Endoscopic เป็นตัวช่วยในการผ่าตัด ซึ่งอุปกรณ์ชนิดนี้จะถูกสอดผ่านแผลบริเวณรักแร้ขนาด 2-3 เซนติเมตร ซึ่งบริเวณส่วนปลายจะมีกล้องที่ถูกต่อเข้ากับจอมอนิเตอร์เป็นตัวนำทาง ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นเส้นเลือดและเนื้อเยื่อภายในได้ชัดเจน แล้วจึงใช้อุปกรณ์พิเศษที่จะช่วยเปิดทางเนื้อเยื่อและเส้นเลือดให้เป็นโพรงภายใน แล้วจึงนำซิลิโคนสำหรับเสริมหน้าอกใส่เข้าไป
 
" คุณหมอฮวังดงยอน จะใช้การผ่าตัดหน้าอกโดยการส่องกล้องแบบ 4K "
ข้อดีของการใช้กล้อง Endosopic ในการผ่าตัดหน้าอก 1. แผลผ่าตัดเล็ก การผ่าตัดชนิดนี้เหมาะกับคนที่ต้องการซ่อนรอยแผลจากการผ่าตัด เนื่องจากแผลจะอยู่บริเวณรักแร้และบาดแผลมีขนาดเล็ก ดูแลรักษาแผลได้โดยง่าย อีกทั้งหากไม่สังเกตอาจมองไม่เห็นรอยแผลอีกด้วย 2. ซิลิโคนไม่ไหลออกข้าง
3/ สามารถเลือกการเสริมหน้าอกแบบใต้กล้ามเนื้อได้ ซึ่งในการเสริมหน้าอกแบบใต้กล้ามเนื้อนั้นจะไม่เกิดริ้วหรือคลื่นบริเวณผิวโดยรอยหน้าอก และมองไม่เห็นขอบซิลิโคนภายใน โดยหากเสริมหน้าออกแบบเหนือกล้ามเนื้อนั้นอาจก่อให้เกิดปัญหาเหล่านี้ได้
4. มองเห็นเส้นเลือดภายในร่างกายระหว่างผ่าตัด ซึ่งจะทำให้เกิดความแม่นยำสูง มั่นใจได้ว่าซิลิโคนจะถูกวางอย่างตรงตำแหน่ง เสียเลือดน้อย หรือหากเกิดเหตุที่ทำให้เลือดออกมากกว่าปกติแล้ว แพทย์จะสามารถห้ามเลือดได้ทันที ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างผ่าตัดได้มากขึ้น 5. ลดความเสี่ยง พังผืดหัวนมชาถาวร 6. ลดปัญหาการหดรั้งรอบซิลิโคนหลังจากการเสริมหน้าอกได้ 7. เจ็บน้อย จะรู้สึกแค่ตึง ๆ 8. ไม่ต้องมีสายระบายเลือด เสียเลือดน้อย 9. ไม่มีรอยฟกช้ำที่หน้าอกหลังผ่า
การผ่าตัดยกกระชับหน้าอก ในกรณีหน้าอกหย่อนคล้อย
 
รูปแสดงระดับความหย่อนคล้อยของหน้าอก
 
 
 
รูปแบบการกรีดในการยกกระชับหน้าอก 3 รูปแบบ
 
ขั้นตอนการผ่าตัดยกกระชับหน้าอก
 
1. ติด Surgical Marker (เครื่องหมายระบุตำแหน่งในการผ่าตัด) ที่เต้านมก่อนทำการผ่าตัด
 
ศัลยแพทย์จะใช้ Surgical marker ในการกำหนดการลงมีดผ่าตัด การกำหนดตำแหน่งนี้เป็นเสมือนแผนที่นำทางสำหรับศัลยแพทย์ เนื่องจากเต้านมของคุณจะเปลี่ยนรูปร่างไปเมื่อคุณนอนราบบนเตียงผ่าตัด เครื่องหมายระบุตำแหน่งนี้สำคัญต่อผลการผ่าตัดที่ดี สำหรับการผ่าตัดยกกระชับเต้านมแล้ว การระบุตำแหน่งจะใช้บอกตำแหน่งของหัวนมและปานนมของคุณ ซึ่งคุณคงจะไม่อยากให้มันอยู่สูงเกินไป ไม่เช่นนั้นแล้ว คุณก็อาจจะใส่เสื้อคอวี เสื้อคอคว้าน หรือเสื้อคอวีลึกไม่ได้
 
 
2. ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ การผ่าตัดยกกระชับเต้านมของ รพ.นานะ จะใช้การดมยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์และศัลยแพทย์จะเป็นผู้กำหนดว่าจะใช้การดมยาชนิดไหน โดย วิสัญญีแพทย์ จะอยู่ดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดตลอดการผ่าตัด
 
 
3. เตรียมเต้านมก่อนการผ่าตัด เต้านมและบริเวณรอบ ๆ จะถูกทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนที่จะทำการผ่าตัด โดยการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคจะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อของเต้านมหรือแผลผ่าตัดลงได้
 
 
4. การลงแผลผ่าตัด การลงแผลผ่าตัดนั้นทำตามตำแหน่งที่ได้ระบุเอาไว้ตั้งแต่ก่อนผ่าตัด โดยมีรูปแบบการลงแผลผ่าตัดหลายแบบสำหรับการผ่าตัดยกกระชับเต้านม รูปแบบของแผลผ่าตัดของคุณจะขึ้นอยู่กับว่าเนื้อเต้านมของคุณมีมากแค่ไหน และตำแหน่งของหัวนมและลานนมของคุณ รูปแบบของแผลผ่าตัดสำหรับการผ่าตัดยกกระชับเต้านมนั้นเหมือนกับของการผ่าตัดลดขนาดเต้านม ทั้งนี้ รูปแบบของแผลผ่าตัดอาจเป็นดังนี้
 
สำหรับคนไข้ที่หน้าอกหย่อนคล้อยไม่มาก จะใช้การลงแผลเป็นรูปโดนัท (Donut incision) หรือเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งคือ Periareolar incision ซึ่งแผลผ่าตัดประเภทนี้จะลงมีดที่รอบขอบหัวนม
 
สำหรับคนไข้ที่หน้าอกหย่อนคล้อยปานกลาง จะใช้การลงแผลเป็นรูปรูกุญแจ (Keyhole incision) หรือเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งคือ lollipop incision ซึ่งแผลผ่าตัดประเภทนี้จะลงมีดที่รอบขอบหัวนมและเลยลงมาในแนวตรงจากหัวนมลงมาที่รอยพับของฐานเต้านม (breast crease) 
 
สำหรับคนไข้ที่หน้าอกหย่อนคล้อยเป็นอย่างมาก จะใช้การลงแผลเป็นรูปสมอ (Anchor incision) โดยการลงแผลผ่าตัดชนิดนี้จะใช้กันมากที่สุด โดยประกอบไปด้วยสามส่วน การลงแผลผ่าตัดประเภทนี้ก็เหมือนกันกับประเภทอื่นๆ คือต้องลงแผลผ่าตัดรอบขอบลานหัวนม และเช่นเดียวกับการลงแผลเป็นรูปรูกุญแจคือต้องลงมีดเลยตรงลงมาจากบานหัวนมมายังรอยพับของฐานเต้านม และรอยที่สามจะอยู่ตามแนวรอยพับของฐานเต้านม หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อคือ inframmary fold ซึ่งจะเชื่อมต่อกับรอยแผลที่ยาวตรงลงมา ทำให้เกิดรูปตัว T หัวกลับ ความยาวของแผลผ่าตัดนี้จะขึ้นอยู่กับปริมาณของผิวหนังที่ต้องเอาออกเพื่อให้เต้านมยกตัวขึ้น
 
รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับขั้นตอนนี้คือ สามารถทำให้ลานนมของคุณที่กว้าง และยิ่งขยายออกไปจากการหย่อนคล้อยของเต้านมนั้นเล็กลงได้ ซึ่งจะต้องใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Areolatome ซึ่งนิยมเรียกกันว่า Cookie cutter มากกว่า เครื่องมือนี้มีรูปร่างเป็นวงกลม โดยตรงกลางจะมีรูเอาไว้ใช้ตัดเพื่อปรับแต่งหัวนมให้เหมาะสม ทั้งนี้เครื่องมือชนิดนี้จะมีในขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 38 mm หรือ 42 mm โดยจะวางให้จุดกึ่งกลางอยู่ที่หัวนม และขอบนอกจะถูกกำหนดด้วยการทำรอยตำแหน่งไว้ หรือจะใช้การกดกับเต้านมให้แน่น เพื่อให้เกิดรอยก็ได้ หลังจากนั้นศัลยแพทย์จะใช้มีดผ่าตัดตัดตามรอยที่สร้างไว้
 
 
5. ผิวหนังเต้านมส่วนเกินจะถูกตัดออก และหัวนมจะถูกยกขึ้น ผิวหนังส่วนเกินของเต้านมจะถูกตัดออกด้วยมีดผ่าตัดหรือการใช้จี้ ผิวหนังและไขมันส่วนที่เหลือจะถูกจัดเรียงใหม่ และถูกเย็บตรึงให้อยู่ในตำแหน่งนั้นเพื่อสร้างเต้านมที่ดูยกกระชับอ่อนกว่าวัย ซึ่งหัวนมและลานหัวนมจะถูกยกให้อยู่สูงขึ้น
 
 
6. การปิดแผลผ่าตัด หลังจากกระบวนการที่ว่ามาแล้ว แผลผ่าตัดเต้านมก็จะถูกเย็บปิด โดยผิวหนังของคุณประกอบไปด้วยชั้นหลายชั้น ซึ่งศัลยแพทย์ก็จะเย็บจากชั้นที่ลึกกว่าก่อน และค่อย ๆ เย็บปิดถัดขึ้นมาเรื่อย ๆ และเนื่องจากการเย็บนั้นทำที่ชั้นใต้ผิวหนัง ดังนั้นก็จะไม่เห็นรอยเย็บที่ผิว การเย็บปิดแผลชั้นนอกสุด รพ.นานะ จะใช้กาวในการปิดแผลค่ะ (Topical Skin Adhesive) ซึ่งจะทำให้คนไข้สามารถอาบน้ำได้เนื่องจากกาวมีคุณสมบัติปิดและปกป้องแผล กันน้ำได้อย่างดี  และลดการเกิดแผลเป็นจากการเย็บแผลได้ค่ะ