เช็กลิสต์ก่อนการผ่าตัด
หน้าอกไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ขนาดเท่านั้น แต่ควรประเมินในหลายด้าน ทั้งรูปทรง ความสมมาตร ระดับความหย่อนคล้อย ระยะห่างของหน้าอก และการเคลื่อนไหวของเต้านม
ควรประเมินภาพรวมของหน้าอกตนเอง ทั้งระดับความหย่อนคล้อย ปริมาตรที่ลดลงหรือส่วนที่ดูแบน รวมถึงรูปทรงโดยรวม เพื่อเลือกวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด
เช็กลิสต์ก่อนการผ่าตัด
ก่อนการผ่าตัด สิ่งสำคัญคือการเลือกขนาดและรูปทรงหน้าอกที่เหมาะสมกับรูปร่างและสรีระของตนเอง
หน้าอกควรได้รับการประเมินในหลายด้าน ไม่ใช่เพียงแค่ขนาด แต่รวมถึงรูปทรง ความสมมาตร ระดับความหย่อนคล้อย ระยะห่างของหน้าอก และการเคลื่อนไหวของเต้านม
ควรประเมินภาพรวมของหน้าอกตนเอง ทั้งความหย่อนคล้อย ปริมาตรที่ลดลงหรือส่วนที่ดูแบน รวมถึงรูปทรงโดยรวมของหน้าอกอย่างละเอียด
- CHECK POINT 01
가슴의 처짐이 동반되어 있는 경우에는
가슴 거상술(mastopexy)를 동시에
시행하는 것이 좋습니다. - CHECK POINT 02
หากมีภาวะหน้าอกหย่อนคล้อยร่วมด้วย แนะนำให้ทำ การผ่าตัดยกกระชับหน้าอก (Mastopexy) ร่วมกัน เพื่อให้ได้รูปทรงหน้าอกที่เหมาะสมยิ่งขึ้น
- CHECK POINT 03
หากมีปัญหาหน้าอกแฟบหรือวอลลุ่มลดลง ควรเลือกซิลิโคนเสริมหน้าอกที่มีขนาดเหมาะสม เพื่อเติมเต็มวอลลุ่มในบริเวณที่ขาดหายไป
การวิเคราะห์ลักษณะโครงทรวงอกของแต่ละบุคคลอย่างเหมาะสม และการเลือกวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ

ภาวะอกนูน (Pigeon Chest) ที่หัวนมหันออกด้านข้าง

ภาวะอกบุ๋ม (Funnel Chest) ที่หัวนมหันเข้าด้านใน
- CHECK POINT01
โดยทั่วไป โครงทรวงอกจะมีลักษณะโค้งมนคล้ายทรงกระบอก โดยมีกระดูกหน้าอก (Sternum) เป็นแนวกึ่งกลาง และไม่มีส่วนของกระดูกที่นูนเด่นผิดปกติ
- CHECK POINT02
ภาวะอกนูน (Pigeon Chest) คือภาวะที่กระดูกหน้าอกบริเวณกึ่งกลาง (Sternum) นูนออกมามากเมื่อเทียบกับกระดูกซี่โครงทั้งสองข้าง ซึ่งอาจทำให้การสร้างร่องอกหรือทำให้หน้าอกชิดกันเป็นไปได้ยากขึ้น
- CHECK POINT03
ภาวะอกบุ๋ม (Funnel Chest) คือภาวะที่กระดูกหน้าอกบริเวณกึ่งกลาง (Sternum) ยุบตัวลงเมื่อเทียบกับกระดูกซี่โครงทั้งสองข้าง ทำให้สามารถสร้างร่องอกได้ง่าย แต่ในบางกรณีอาจทำให้รูปทรงหน้าอกดูชิดเกินไปและไม่เป็นธรรมชาติ
- CHECK POINT04
หากมีความไม่สมมาตรของโครงทรวงอก ควรเลือกซิลิโคนเสริมหน้าอกที่เหมาะสม เพื่อช่วยปรับสมดุลและแก้ไขความไม่สมมาตรระหว่างการผ่าตัดเสริมหน้าอก
วิธีการผ่าตัดตามตำแหน่งการวางซิลิโคนเสริมหน้าอก
ใต้เนื้อเยื่อต่อมน้ำนม / ใต้พังผืดกล้ามเนื้อ

ใต้เนื้อเยื่อต่อมน้ำนม / ใต้พังผืดกล้ามเนื้อ
เป็นวิธีการผ่าตัดที่วางซิลิโคนเสริมหน้าอกไว้ใต้เนื้อเยื่อต่อมน้ำนมและใต้พังผืดของกล้ามเนื้อหน้าอกใหญ่ ช่วยให้รูปทรงหน้าอกหลังผ่าตัดดูเป็นธรรมชาติ และเหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าอกหย่อนคล้อย
อย่างไรก็ตาม หากมีเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมหรือชั้นไขมันบาง อาจทำให้เห็นขอบหรือรูปทรงของซิลิโคนได้ชัด จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสม
ใต้กล้ามเนื้อทั้งหมด
เป็นวิธีการผ่าตัดที่วางซิลิโคนเสริมหน้าอกทั้งหมดไว้ใต้กล้ามเนื้อหน้าอกใหญ่ โดยความหนาของกล้ามเนื้อช่วยให้สัมผัสของหน้าอกดูเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ซิลิโคนอาจได้รับผลจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อค่อนข้างมาก และอาจเกิดความไม่สมมาตรได้ ขึ้นอยู่กับระดับการพัฒนาของกล้ามเนื้อแต่ละบุคคล
สิ่งสำคัญยิ่งกว่าความสวยงามภายนอก คือ สุขภาพของเต้านม

ดูอัลเพลน (Dual Plane)
เป็นวิธีการผ่าตัดแบบ Dual Plane โดยวางซิลิโคนส่วนบนประมาณ 2/3 ไว้ใต้กล้ามเนื้อหน้าอกใหญ่ และส่วนล่างประมาณ 1/3 ไว้ใต้เนื้อเยื่อต่อมน้ำนม
เนื่องจากซิลิโคนส่วนบนถูกปกคลุมด้วยกล้ามเนื้อ จึงช่วยให้สัมผัสและรูปทรงดูเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งสามารถปรับตำแหน่งรอยพับใต้ราวนมให้เหมาะสมได้
ดูอัลเพลน พลัส (Dual Plane Plus) เฉพาะที่ NANA
เป็นเทคนิคที่พัฒนาต่อยอดจาก Dual Plane แบบเดิม โดยเป็นวิธีการผ่าตัดที่ นพ. HWANG DONG YEON ตีพิมพ์ในวารสาร PRS (Plastic and Reconstructive Surgery) เมื่อปี 2016
Dual Plane แบบเดิมจะมีเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมปกคลุมซิลิโคนบริเวณส่วนล่างประมาณ 1/3 แต่เนื่องจากผู้หญิงเกาหลีจำนวนมากมีเนื้อเยื่อต่อมน้ำนมค่อนข้างบางหรือมีน้อย จึงใช้ พังผืดของกล้ามเนื้อ Serratus Anterior มาช่วยเสริมการปกคลุมบริเวณดังกล่าว เพื่อช่วยแก้ข้อจำกัดของเทคนิคเดิม
วิธีการผ่าตัดตามตำแหน่งแผลผ่าตัด

รักแร้
เป็นการเปิดแผลตามแนวรอยพับบริเวณรักแร้ ทำให้มองเห็นรอยแผลได้ยาก อีกทั้งยังช่วยหลีกเลี่ยงการกระทบต่อเส้นเลือดและเส้นประสาทบริเวณรอบหัวนม

รอยพับใต้ราวนม
เป็นตำแหน่งแผลที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นบริเวณผ่าตัดได้ชัดเจน จึงสะดวกต่อการใส่ซิลิโคนเสริมหน้าอก แม้รอยแผลอาจมองเห็นได้ชัดกว่าบริเวณอื่น แต่สามารถดูแลให้รอยแผลจางลงได้ด้วยโปรแกรมดูแลแผลเป็นอย่างเหมาะสม

บริเวณรอบปานนม
แตกต่างจากการเปิดแผลบริเวณรักแร้ ตรงที่สามารถขยับแขนและหัวไหล่ได้อย่างอิสระ และรอยแผลแทบมองไม่เห็น แม้จะเป็นการเปิดแผลบริเวณรอบปานนม แต่ไม่ทำให้เนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับการให้นมบุตรเสียหาย จึงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการให้นมบุตรในอนาคต
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- A. ไม่ควรพิจารณาเพียงขนาดของหน้าอกเท่านั้น แต่ควรตรวจประเมินร่วมกันทั้งระดับความหย่อนคล้อย ปริมาตรที่ลดลง ความสมมาตร ระยะห่าง การเคลื่อนไหวของเต้านม และลักษณะของโครงทรวงอก
- A. หากมีภาวะหน้าอกหย่อนคล้อยร่วมด้วย การใส่ซิลิโคนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะได้รูปทรงตามที่ต้องการ จึงอาจพิจารณาทำการผ่าตัดยกกระชับหน้าอก (Mastopexy) ร่วมด้วย
- A. ใช่ ภาวะอกนูนที่กระดูกหน้าอกยื่นออกมา หรือภาวะอกบุ๋มที่กระดูกหน้าอกยุบตัวลง อาจส่งผลต่อรูปทรงของร่องอกและการเลือกซิลิโคนเสริมหน้าอก ดังนั้นการวิเคราะห์ลักษณะโครงทรวงอกอย่างละเอียดก่อนการผ่าตัดจึงเป็นสิ่งสำคัญ
- A. ตำแหน่งการวางซิลิโคน เช่น ใต้เนื้อเยื่อต่อมน้ำนม ใต้กล้ามเนื้อหน้าอกใหญ่ หรือแบบ Dual Plane อาจแตกต่างกันไปตามความหนาของผิวหนังและชั้นไขมัน ปริมาณเนื้อเยื่อต่อมน้ำนม การพัฒนาของกล้ามเนื้อ และระดับความหย่อนคล้อยของหน้าอก
- A. วิธีเปิดแผลที่นิยม ได้แก่ บริเวณรักแร้ รอยพับใต้ราวนม และรอบปานนม โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมจากตำแหน่งของรอยแผล ระยะเวลาการฟื้นตัว ความสะดวกในการมองเห็นบริเวณผ่าตัด และวิธีการใส่ซิลิโคนเสริมหน้าอก



