- NANA Plastic Surgery จำนวนเข้าชม:1349
ตลอดระยะเวลากว่า 17 ปีที่ผมทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก คำถามที่ผมได้ยินจากคนไข้บ่อยที่สุดคือ “ผลลัพธ์นี้จะคงอยู่ได้นานแค่ไหน?” เพราะแม้ทุกคนจะสามารถสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังการผ่าตัด แต่ความกังวลว่ารูปทรงและความสมดุลจะยังคงอยู่หรือไม่เมื่อเวลาผ่านไปนั้น ถือเป็นประเด็นที่สำคัญและลึกซึ้งกว่าความสวยงามเพียงอย่างเดียว
ในฐานะแพทย์ เมื่อได้ดูแลคนไข้ ผมมองว่าคำถามนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำถามเกี่ยวกับความพึงพอใจด้านความงามเท่านั้น แต่ยังเป็นคำถามที่สะท้อนถึง ความรับผิดชอบในระยะยาวต่อร่างกายและการใช้ชีวิตของคนไข้ ต่างจากหัตถการบางประเภทที่ผลลัพธ์อาจค่อย ๆ จางหายไปตามกาลเวลา ศัลยกรรมตกแต่งเป็นการตัดสินใจเพียงครั้งเดียวที่อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายคนไข้ไปอีกหลายสิบปี ดังนั้นจึงไม่ควรพิจารณาจากกระแสความนิยมชั่วคราวหรือความพึงพอใจในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว
หลายคนยังคงใช้ “ขนาด” หรือ “สัมผัส” เป็นเกณฑ์ในการเลือกซิลิโคนเสริมหน้าอก แต่ในมุมมองทางการแพทย์ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความพึงพอใจในระยะยาวคือ “ความสามารถในการคงรูปทรง” เมื่อเวลาผ่านไป ปัญหาอย่างหน้าอกส่วนบนยุบตัว หรือรูปร่างของซิลิโคนเกิดการเปลี่ยนแปลง อาจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น แรงโน้มถ่วง แรงกดทับจากเนื้อเยื่ออ่อน และความยืดหยุ่นของผิวหนังที่ลดลง ดังนั้นคุณสมบัติทางกายภาพของตัวซิลิโคนเองจึงมีความสำคัญอย่างมากในการช่วยลดการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
จากงานวิจัยหลายฉบับพบว่า เมื่อเจลภายในซิลิโคนมี แรงยึดเหนี่ยวของโมเลกุล (cohesiveness) และระดับการเติมเจลที่เหมาะสม รวมถึงมีความมั่นคงในการยึดเกาะระหว่างเจลกับเปลือกหุ้มสูงขึ้น ก็มีแนวโน้มที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการคงรูปของซิลิโคนในระยะยาวได้ สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความรู้สึกจากการสัมผัสเท่านั้น แต่เป็นคุณสมบัติที่ได้รับการศึกษาและตรวจสอบทางคลินิกอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันซิลิโคนเสริมหน้าอกมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยรวม โดยเฉพาะซิลิโคนบางรุ่น เช่น Mentor MemoryGel BOOST ที่ได้รับการพัฒนาโดยออกแบบโครงสร้างโมเลกุลของเจลภายในให้มีความหนาแน่นและเหนียวแน่นมากขึ้น เพื่อให้สามารถต้านทานแรงกดจากภายนอกและเปลี่ยนรูปได้ยาก คุณสมบัตินี้ไม่เพียงช่วยสร้างความอิ่มเต็มของทรวงอกในระยะสั้น แต่ยังมีส่วนช่วยลดการเปลี่ยนแปลงหรือการยุบตัวของทรวงอกส่วนบนเมื่อเวลาผ่านไป
นอกจากนี้ การพิจารณาว่าซิลิโคนมี ข้อมูลทางคลินิกที่สะสมมาเป็นเวลานาน และผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เข้มงวดหรือไม่ ก็เป็นอีกหนึ่งเกณฑ์สำคัญด้านความปลอดภัยของซิลิโคน การพิจารณาว่าซิลิโคนสามารถคงรูปได้ดีเมื่อได้รับแรงกระแทกจากภายนอกหรือไม่ ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) หรือไม่ รวมถึงมีข้อมูลการศึกษาทางคลินิกในระยะยาวหรือไม่ ล้วนเป็นสิ่งที่ทั้งคนไข้และแพทย์ควรให้ความสำคัญ
แน่นอนว่า แม้จะมีข้อมูลที่ดีและเลือกใช้ซิลิโคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถรับประกันผลลัพธ์ทั้งหมดได้ การที่จะดึงศักยภาพด้านการคงรูปของซิลิโคนออกมาได้อย่างเต็มที่นั้น สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับ เทคนิคการผ่าตัดที่ละเอียดและแม่นยำของศัลยแพทย์ ด้วย เนื่องจากโครงสร้างทรวงอก ความยืดหยุ่นของผิวหนัง และความหนาของกล้ามเนื้อของแต่ละคนแตกต่างกัน การออกแบบพื้นที่สำหรับวางซิลิโคนจึงเป็นปัจจัยสำคัญ
เมื่อเลือกใช้ซิลิโคนที่มีความสามารถในการคงรูปสูง แพทย์จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญในการเลาะและจัดเตรียมพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อให้ลักษณะทางกายวิภาคของซิลิโคนเข้ากับสรีระของคนไข้ได้อย่างเหมาะสมที่สุด เมื่อทำเช่นนี้จึงสามารถช่วยลดความรู้สึกแปลกปลอมจากซิลิโคน พร้อมทั้งคงความอิ่มเต็มและกระชับของทรวงอกไว้ได้ในระยะยาว
ในฐานะแพทย์อาวุโส ข้อความที่ผมอยากฝากถึงทั้งแพทย์รุ่นน้องและคนไข้นั้นค่อนข้างเรียบง่าย นั่นคือ ศัลยกรรมเสริมหน้าอกไม่ควรมุ่งหวังเพียงผลลัพธ์ที่สวยงามทันทีหลังการผ่าตัด แต่ควรมุ่งหวังผลลัพธ์ที่สามารถคงรูปและมีความมั่นคงได้อย่างปลอดภัยแม้เวลาจะผ่านไป
เมื่อเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และข้อมูลทางคลินิกที่สะสมมาอย่างยาวนาน มาผสานกับความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและความรับผิดชอบของศัลยแพทย์ ผลลัพธ์ของการเสริมหน้าอกจึงจะสามารถมอบทั้ง ความงามที่คงอยู่แม้เวลาจะผ่านไป และความปลอดภัย ได้พร้อมกัน
(บทความนี้เป็นบทความที่เขียนโดย ฮวังดงยอน ผู้อำนวยการและศัลยแพทย์หลักของ NANA Plastic Surgery)




